ชวน กินอาหารปรุงสุก สะอาดช่วงออกพรรษา

  • Post in : news
  • No Comments

กรมควบคุมโรค เชิญชวนประชาชนบริโภคอาหารที่ปรุงสุก ร้อน สะอาด ป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารหลังมักพบปะงานสังสรรค์ และกินอาหารที่ปรุงสุกๆดิบๆในช่วงเทศกาลออกพรรษา

นายแพทย์สุววรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า เทศกาลออกพรรษา ประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนายาวหลายวัน มักรับประทานอาหารหรือมีงานเลี้ยงสังสรรค์ร่วมกับคนในครอบครัว หรือเพื่อน แต่อย่างไรก็ตาม ควรระวังอาหารปรุงไม่สุก ไม่สะอาด หรือบูดเสีย เพราะจะก่อให้เกิดโรคต่างๆตามมาได้ เช่น โรคอาหารเป็นพิษ โรคไข้หูดับ เป็นต้น

สถานการณ์โรคไข้หูดับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 22 กันยายน 2560 พบผู้ป่วย 262 ราย เสียชีวิต 14 ราย ซึ่งโรคไข้หูดับ หรือโรคติดเชื้อแบคทีเรีย สเตร็ปโตค๊อกคัส ซูอิส โดยเชื้อนี้จะอยู่ในทางเดินหายใจของหมู และอยู่ในกระแสเลือดของหมูที่กำลังป่วย โรคนี้สามารถติดต่อได้ 2 ทาง คือ 1. ติดต่อผ่านทางบาดแผล รอยขีดข่วนตามร่างกายหรือทางเยื่อบุตา ที่สัมผัสกับเนื้อ เครื่องใน และเลือดของหมูที่เป็นโรค และ 2.การกินหมูแบบสุกๆดิบๆ ทั้งเนื้อ เครื่องใน และเลือด ซึ่งเชื้อจะเข้าไปทำให้เยื่อหุ้มสมอง เยื่อบุหัวใจอักเสบ และที่สำคัญคือทำให้ประสาทหูทั้ง 2 ข้างอักเสบและเสื่อมจนหูหนวก อาการหลังสัมผัสหมูที่ป่วยหรือหลังกินอาหารที่ปรุงมาจากเนื้อหมู เลือดที่ปรุงสุกๆ ดิบๆ คือ มีไข้สูง ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เวียนศีรษะจนทรงตัวไม่ได้ อาเจียน คอแข็ง หูดับ ท้องเสีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ให้รีบพบแพทย์ทันทีและต้องบอกประวัติการกินหมูดิบให้ทราบด้วย เพราะหากมาพบแพทย์เร็วจะช่วยลดอัตราการหูหนวกและเสียชีวิตได้ โรคนี้รักษาหายและมียารักษาในโรงพยาบาลทุกแห่งทั่วประเทศ

วิธีป้องกันโรคไข้หูดับ คือ 1.กินหมูสุกที่ปรุงด้วยความร้อน ไม่ทานแบบสุกๆดิบๆ และควรเลื อกซื้อเนื้อหมูจากตลาดสดหรือห้างสรรพสินค้า ซึ่งจะผ่านการตรวจสอบมาตรฐานจากโรงฆ่าสัตว์ไม่ซื้อเนื้อหมูที่มีกลิ่นคาว สีคล้ำ 2.ผู้ที่สัมผัสกับหมู โดยเฉพาะผู้เลี้ยงหมู ผู้ที่ทำงานในโรงฆ่าสัตว์ ผู้ที่ชำแหละเนื้อหมู สัตวบาล สัตวแพทย์ ควรสวมรองเท้าบู๊ทยาง สวมถุงมือ รวมถึงสวมเสื้อที่รัดกุมระหว่างทำงาน หากมีบาดแผลต้องปิดแผลให้มิดชิด และล้างมือหลังสัมผัสกับหมูทุกครั้ง

กรมควบคุมโรค ขอเชิญชวนประชาชนถวายภัตตาหารที่ปรุง สุก ร้อน สะอาด แด่พระสงฆ์และรับประทานอาหารที่ไม่ปรุงแบบสุกๆดิบๆ เพื่อป้องกันโรคระบบทางเดินอาหารและโรคที่เกี่ยวข้อง หากประชาชนมีข้อสงสัยสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

ขอบคุณข้อมูล จาก สสส